2) ประเด็นต่อไปคือเรื่องของจรวด Saturn 5 ของโครงการ Apollo โดยมีผู้ดูแลโครงการนี้คือ Wernher von Braun เป็นวิศวกรชาวเยอรมันซึ่งเคยทำงานในโครงการสร้างจรวดให้กับกองทัพนาซีมาก่อน
ตอนหนุ่ม ๆ Braun ทำงานร่วมกับ Hermann Oberth เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านจรวดของกับกองทัพฮิตเลอร์ที่ได้ไปเป็นที่ปรึกษาของภาพยนตร์เงียบเรื่อง Woman in the Moon (ภาษาเยอรมัน Frau im Mond) สร้างในปี 1929 กำกับโดย Fritz Lang ซึ่งมีการออกแบบจรวดได้มีรายละเอียดเหมือนกันกับจรวด Saturn 5 ของ NASA อย่างมาก เช่น
1. ลักษณะคือเป็นจรวดทรงตั้งตรงมีส่วนประกอบ 3 ส่วนเหมือนกัน และในภาพยนตร์จรวดจะถูกปล่อยจากฐานที่มีการออกแบบเหมือนกับอาคารของ NASA (The Vehicle Assembly Building of the John F. Kennedy Space)
2. การเคลื่อนจรวดไปยังฐานปล่อยก็ใช้การเคลื่อนย้ายแบบตั้งตรงไปตามทาง ซึ่งต่างกับโซเวียตที่จะสร้างจรวดแบบแนวนอนแล้วใช้การเคลื่อนย้ายไปแบบแนวนอนซึ่งรัสเซียก็ทำแบบเดียวกัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าการเคลื่อนย้ายวัตถุทรงสูงแบบตั้งตรงแบบนั้นมันช่างขัดกับสามัญสำนึกมาก อย่างที่รู้กันดีโซเวียตเป็นที่หนึ่งแห่งการสร้างจรวดมาจนปัจจุบัน
3. ผู้กำกับได้ออกแบบวิธีการปล่อยจรวดโดยมีการนับถอยหลัง 10 วินาทีเพื่อเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม
4. นอกจากนั้นในหนังยังให้นักแสดงนอนราบและมัดไว้กับเตียงตอนปล่อยจรวด ซึ่ง NASA ก็ทำแบบนั้นเช่นกันกับ Apollo
5. ในหนังจะมีการติดแผ่นยึดเท้าไว้ตามทางเวลาเดินเพื่อสื่อให้เห็นสภาพไร้น้ำหนักซึ่ง NASA ก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน
6. ในหนังยังให้นักแสดงใช้น้ำเพื่อแสดงให้เห็นเรื่องสภาพไร้น้ำหนักและมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของวงการอวกาศไปแล้ว
7. แม้แต่การใช้มุมมองภาพที่มองเห็นโลกจากดวงจันทร์ก็ทำออกมาเหมือนกัน
8. มีฉากที่นักแสดงไปตั้งกล้องที่พื้นดวงจันทร์โดยที่ด้านหลังมีภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งฉากนี้ก็คล้ายกันกับพื้นด้านหลังโลโก้ของยาน LM-7
David Percy เพิ่มเติมว่าไม่ว่าการปล่อยยานหรือการนำยานลงจอดมันต้องมีแก๊สที่มีความร้อนออกมาเยอะมาก แต่จากภาพถ่ายของฐานยาน LEM แสดงให้เห็นว่าที่ฐานไม่ได้มีร่องรอยของการปล่อยแก๊ส ส่วนที่พื้นก็ดูเรียบราวกับว่ายานถูกหย่อนลงมาเฉย ๆ เขายังเปรียบเทียบกับภาพของก้อนหินที่ปล่องภูเขาไฟที่โดนความร้อนระดับเดียวกันให้ดูด้วย Ronnie เอาภาพการลงจอดของจรวด DCX ที่สร้างขึ้นช่วงปี 1990 มาให้ดูก็จะเห็นว่ามีกลุ่มควันออกมาเยอะมาก
ต่อมา Kaysing เล่าให้ฟังว่า "ผมไปขอให้ Paul Jacobs ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบระดับสูงช่วยสืบสวนเรื่องการไปดวงจันทร์นี้ให้หน่อยได้ไหม Paul ตอบตกลงและบอกว่าจะบินไปวอชิงตันในอาทิตย์หน้าเพื่อไปคุยกับหัวหน้าระดับสูงของกระทรวงธรณีวิทยา Paul ไปจริง ๆ และเขาได้ไปถามนักธรณีวิทยาว่าเป็นคนตรวจสอบก้อนหินจากดวงจันทร์ใช่ไหม มันมาจากดวงจันทร์จริงหรือเปล่า Paul ถาม นักธรณีวิทยาคนนั้นหัวเราะออกมา แล้วเรื่องมันจบอย่างน่าเศร้า Paul บินกลับมาจากวอชิงตัน ผมไปเจอเขาอีกครั้งที่ซานฟรานซิสโก 90 วันถัดมาเขาและภรรยาเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง"
James Irwin
Kaysing เล่าต่อว่า Lee Galvani เขารู้จักกับผมมานานหลายปี เขาบอกว่าเขาเกือบจะโน้มน้าว James Irwin ให้ยอมสารภาพได้แล้ว ไม่นานหลังจากนั้น James โทรมาหาผมที่บ้านและต้องการให้ผมโทรกลับไป แต่หลังจากนั้นสามวันเขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ (James เป็นนักบินอวกาศที่ไปเยือนดวงจันทร์ในโครงการ Apollo 15 เมื่อปี 1971 เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจปี 1991 ขณะที่มีอายุ 61 ปี)
โครงการ Space Shuttle
Ronnie ถามต่อว่าในเมื่อ Saturn 5 ประสบความสำเร็จอย่างมากแล้วทำไมถึงได้หยุดโครงการไปแล้วมีโครงการ Space Shuttle มาแทน Bill Wood ตอบว่าตัว Shuttle มีน้ำหนักประมาณ 3 ใน 5 ของ Saturn 5 ซึ่งมันใช้งบประมาณมากกว่าตอนปล่อยยาน Saturn 5 ประมาณ 3 เท่า
โครงการ Apollo ได้พามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์จริงหรือไม่
สารคดีเรื่อง What Happened on the Moon? - An Investigation Into Apollo (2000) เป็นสารคดีของประเทศอังกฤษที่ค้นหาความจริงเกี่ยวกับภารกิจบนดวงจันทร์ของโครงการ Apollo กำกับโดย David S. Percy (ดำเนินรายการโดย Ronnie Stronge ความยาว 2.13 ชม.) บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาข้อมูลจึงได้สรุปประเด็นสำคัญ ๆ ไว้เพื่อจะสามารถนำไปค้นคว้าเพิ่มเติมเองได้
What Happened on the Moon? - An Investigation Into Apollo (2000)
Ronnie เปิดรายการมาด้วยการกล่าวถึงจุดมุ่งหมายของรายการนี้เพื่อตั้งคำถามถึงความสมบูรณ์ของโครงการ Apollo โดยหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ จากรายการนี้จะชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลที่เป็นทางการจากโครงการ Apollo ของ NASA ที่ส่งมนุษย์อวกาศ 12 คน ไปเยือนดวงจันทร์ในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 1969 ว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์อวกาศเหล่านี้ได้เดินทางไปในอวกาศจริงหรือไม่ และได้ไปเหยียบดวงจันทร์จริงหรือไม่
Ronnie กล่าวว่ารายการนี้ได้ใช้ความพยายามและการค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผู้ชมรายการจะได้เห็นหลักฐานโดยจะมีคนจากหลายองค์ความรู้มาอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ เริ่มต้นด้วย
Bill Kaysing ทำงานเป็นหัวหน้าแผนกสิ่งพิมพ์ให้กับบริษัท Rocketdyne (เป็นบริษัทออกแบบและผลิตเครื่องยนต์จรวด) ปี 1956-63 เขาบอกว่าตอนนั้นเขาทำงานวิจัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์และได้ตัวเลขความเป็นไปได้ออกมาประมาณ 0.0014% เนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น
1. Van Allen Radiation Belt (แถบรังสีแวนอัลเลน)
2. Solar flares (เปลวสุริยะ)
3. Micro meteorites (อุกกาบาตขนาดเล็ก)
David S. Percy ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Dark Moon: Apollo and the Whistle-Blowers เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ที่ได้รับรางวัล และเป็นช่างถ่ายภาพอาชีพของสมาคมถ่ายภาพในพระบรมราชูปถัมภ์ (Royal Photographic Society)
เขาระบุว่า "จากที่ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับภาพถ่ายของยาน Apollo บนดวงจันทร์ การบันทึกภาพเหล่านั้นน่าจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง และคิดว่าเป็นภาพปลอมเพราะมีข้อผิดพลาดหลายอย่างมาก และเมื่อมีโครงการ Apollo อื่น ๆ ตามออกมา เราก็ยิ่งเห็นชัดมากขึ้นเพราะมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างรายการถ่ายทอดสดและภาพนิ่ง ภาพถ่ายเหล่านั้นเต็มไปด้วยความไม่สอดคล้องกัน มีความผิดปกติหลายเรื่อง และก็เป็นข้อผิดพลาดที่หลาย ๆ คนเห็นและถูกเปิดเผยมาแล้ว..."
Dr. David Groves จากประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมวลผลภาพ (image processing) เป็นนักวิเคราะห์ภาพคอมพิวเตอร์ด้านฟิสิกส์และโฮโลแกรม เขาทำงานวิจัยระดับปริญญาเอกในการพัฒนาเทคนิคการสร้างภาพโฮโลแกรมโดยใช้คอมพิวเตอร์เพื่อใช้วิเคราะห์ภาพต่าง ๆ และบริษัทของเขา Quantech Image Processing ใช้เทคนิคการประมวลผลภาพเหล่านี้ในการดึงข้อมูลของภาพสามมิติออกมาจากภาพสองมิติที่ใช้กันในวงการรวมไปถึงในทางการแพทย์ เขายืนยันว่าภาพถ่ายจาก NASA ที่เราได้วิเคราะห์มาเต็มไปด้วยความไม่สอดคล้องกัน โดยที่ไม่สามารถมีเหตุผลอธิบายได้หรือแม้แต่จะมีข้อแก้ตัวได้
Ronnie กล่าวว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีคนจำนวนมากทั้งที่เป็นคนที่มีความสามารถและเป็นนักคิดต่างเริ่มตระหนักว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลในโครงการ Apollo แล้วทำไมคนที่อยู่ในอาชีพนี้ที่ทำงานในวงการอวกาศไม่ออกมาพูดอะไรบ้าง พวกเขามีเหตุผลอะไรกัน ที่จริงก็มีบางคนพูดอย่างเช่น Bill Wood ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์จากรัฐแคลิฟอร์เนีย จบการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการที่เป็นความลับระดับชาติของอเมริกา
Bill Wood ทำงานกับผู้รับเหมาที่ทำโครงการต่าง ๆ ให้กับรัฐบาลรวมไปถึง McDonnell Douglas (บริษัทผลิตเครื่องบินของอเมริกา) และรวมไปถึงเหล่าวิศวกรที่ทำงานกับจรวด Saturn 5 ที่โครงการ Apollo ใช้ไปดวงจันทร์ด้วย เขากล่าวว่า "ผมคิดว่าหลาย ๆ คนในวงการการบินที่ผมได้ติดต่องานด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริง เพราะว่ามัน (โครงการ Apollo) เป็นความภาคภูมิใจของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาอยากทำงานในอาชีพนี้ และโดยเฉพาะในอเมริกามันทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจกับประเทศของเราที่เราทำมันได้สำเร็จ พวกเขาก็เลยมีความลังเลใจที่จะตั้งคำถามอะไรก็ตามที่จะมาทำลายภาพลักษณ์อันสูงส่งนี้ และโดยเฉพาะกับคนที่ทำงานในโครงการ Apollo สำหรับพวกเขานั้นโครงการนี้เป็นเหมือนการประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสามารถทำได้ในชีวิตของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาต้องคิดไปแบบนั้นแทนที่จะคิดว่าพวกเขาก็เหมือนกับคนอื่นอีกเป็นล้านที่กำลังถูกหลอกให้ทำงานในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง"
ส่วน Dr. Ian Crawford อาจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนมีความเห็นตรงกันข้าม เขากล่าวว่า "สำหรับผมความคิดที่ว่าโครงการ Apollo เป็นเรื่องหลอกลวงนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลโดยสิ้นเชิง ผมว่านี่มันเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่และสำคัญมากทางด้านวิทยาศาสตร์และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ตามสามัญสำนึก"
HJP Arnold เป็นนักดาราศาสตร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่าย และเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศและการถ่ายภาพดวงดาว เขาเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการที่บริษัทโกดักตอนโครงการ Apollo เขายังเขียนหนังสืออีกหลายเล่มเกี่ยวกับการถ่ายภาพอวกาศและการสำรวจอวกาศ เขาอธิบายว่าประเภทของฟิล์มที่นีล อาร์มสตรองใช้ถ่ายภาพบนดวงจันทร์เป็นฟิล์ม 17 มม.
โดยที่ Brian Welch ผู้อำนวยการด้านการให้บริการด้านสื่อของ NASA ระบุว่าฟิล์มที่ใช้เป็น "ฟิล์มของโกดักที่บริษัทผลิตมาให้โดยใช้เจลบาง ๆ และใช้น้ำยาพิเศษเฉพาะฟิล์มนี้ เพื่อให้ฟิล์มสามารถอยู่ในสภาพสุญญากาศได้ และอยู่ได้ในสภาพที่มีอุณหภูมิร้อนและเย็นสูงมากแบบสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์"
ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ HJP Arnold บอกคือเขากล่าวว่า "มันเป็นฟิล์มของโกดักซึ่งมีความไวตามปกติเหมือนกับฟิล์มถ่ายภาพทั่ว ๆ ไปในตอนนั้น... มันเป็นฟิล์ม Ektachrome X หรือที่เรียกว่า 64 ASI หรือปัจจุบันนี้เรียกว่า ISO แน่นอนมันเป็นฟิล์ม 160 ที่ไวมาก"
Ronnie สรุปว่าฟิล์มที่ใช้ถ่ายภาพเป็นฟิล์มที่เคลือบน้ำยาตามปกติทั่วไป ถ้าอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นที่กล้องที่มีความพิเศษมาก บริษัท Hasselblad ในประเทศสวีเดนเป็นโรงงานผลิตกล้องที่ NASA สั่งผลิตเพื่อให้สามารถเอาไปใช้บนดวงจันทร์ได้